คำตอบที่ 1 เป็นคำตอบที่ผิด
เฉลย คำตอบที่ถูกต้องคือ คำตอบที่ 2 เพราะว่า
วิธีทำ: เมื่อเปิดใช้บริการ มี Void อยู่ 30% หรือเท่ากับ 0.3H ต่อตารางเมตร ส่วนหนึ่ง (แทนด้วย T Factor) ของปริมาตร 0.3H เป็นยางแอสฟัลท์
คำอธิบาย
ปริมาณของยางแอสฟัลท์ (B) ที่เหมาะสมสำหรับแอสฟัลท์คอนกรีตขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของมวลรวม ขนาดคละ (Aggregate) และคุณสมบัติในการดูดซึมแอสฟัลท์ โพรง (Voids) เป็นช่องว่างระหว่างอนุภาคของมวลรวม ซึ่งถูกแทนที่ด้วยแอสฟัลท์
ดังนั้นจากโจทย์ ปริมาณยางแอสฟัลท์ (B) จะมีค่าเท่ากับอัตราส่วนของโพรงอากาศที่ปรับแก้แล้วรวมกับปริมาณยางแอสฟัลท์ที่ถูกดูดซึม (A) และค่าปรับแก้เนื่องจากลักษณะของผิวชั้นล่าง (S) ต่อส่วนของแอสฟัลท์ซีเมนต์ที่เป็นกาก (Residue) จึงเขียนได้เป็น
หมายเหตุ :
1. ใช้ค่า Voids เมื่อเปิดใช้งานซึ่งมี Voids อยู่ 30% หรือเท่ากับ 0.3H ส่วนหนึ่งของปริมาตร 0.3H เป็นยางแอสฟัลท์ 0.3HT จึงเป็นปริมาณของยางแอสฟัลท์ที่อยู่ในโพรง
2. ในการคำนวณเพื่อการออกแบบจำเป็นต้องมีการปรับแก้เพื่อให้ได้ปริมาณยางแอสฟัลท์ที่เหมาะสมกับปริมาณการจารจรเมื่อเปิดใช้งานถนน
เฉลย คำตอบที่ถูกต้องคือ คำตอบที่ 2 เพราะว่า
วิธีทำ: เมื่อเปิดใช้บริการ มี Void อยู่ 30% หรือเท่ากับ 0.3H ต่อตารางเมตร ส่วนหนึ่ง (แทนด้วย T Factor) ของปริมาตร 0.3H เป็นยางแอสฟัลท์
คำอธิบาย
ปริมาณของยางแอสฟัลท์ (B) ที่เหมาะสมสำหรับแอสฟัลท์คอนกรีตขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของมวลรวม ขนาดคละ (Aggregate) และคุณสมบัติในการดูดซึมแอสฟัลท์ โพรง (Voids) เป็นช่องว่างระหว่างอนุภาคของมวลรวม ซึ่งถูกแทนที่ด้วยแอสฟัลท์
ดังนั้นจากโจทย์ ปริมาณยางแอสฟัลท์ (B) จะมีค่าเท่ากับอัตราส่วนของโพรงอากาศที่ปรับแก้แล้วรวมกับปริมาณยางแอสฟัลท์ที่ถูกดูดซึม (A) และค่าปรับแก้เนื่องจากลักษณะของผิวชั้นล่าง (S) ต่อส่วนของแอสฟัลท์ซีเมนต์ที่เป็นกาก (Residue) จึงเขียนได้เป็น
หมายเหตุ :
1. ใช้ค่า Voids เมื่อเปิดใช้งานซึ่งมี Voids อยู่ 30% หรือเท่ากับ 0.3H ส่วนหนึ่งของปริมาตร 0.3H เป็นยางแอสฟัลท์ 0.3HT จึงเป็นปริมาณของยางแอสฟัลท์ที่อยู่ในโพรง
2. ในการคำนวณเพื่อการออกแบบจำเป็นต้องมีการปรับแก้เพื่อให้ได้ปริมาณยางแอสฟัลท์ที่เหมาะสมกับปริมาณการจารจรเมื่อเปิดใช้งานถนน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น